Q&A

 
   

Q :

ระบบทีวีปัจจุบันออกอากาศกันอย่างไร ?

 
A :  1. ทีวีภาคพื้นดิน
ผู้ชมสามารถรับชมโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก  ไม่เสียค่าใช้จ่าย เรียกว่าฟรีทีวี 
เป็นบริการที่รัฐสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างทั่วถึงให้มากที่สุด 
(เป็นระบบแอนะล็อค)

  2. เคเบิ้ลทีวี 
เป็นทีวีที่ผู้ประกอบการเอกชนจัดให้บริการแก่ผู้ชม
ที่เป็นสมาชิกซึ่งมีค่าใช้จ่ายสำหรับการเป็นสมาชิก (เป็นระบบแอนะล็อค)

 
3. ทีวีดาวเทียม  

ผู้ชมต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณ คือจานดาวเทียม
และมีทั้งรายการที่ต้องเสียค่าสมาชิกและรายการของฟรีทีวี (เป็นระบบดิจิตอล)  
 
 
 
 
     
 
   

Q :

โครงการทีวีดิจิตอล คืออะไร

 
A :  แผนการเปลี่ยนผ่านการออกอากาศ ทีวีภาคพื้นดิน
จาก ระบบแอนะล็อค เป็น ระบบดิจิตอล
ตามนโยบายของ กสทช.

 
 
 
     
 

 

Q : ทำไมต้องเปลี่ยน และเมื่อเปลี่ยนแล้วมีประโยชน์อย่างไร ?

 

A : ประโยชน์จากการเปลี่ยนระบบสามารถพิจารณาได้จาก ความแตกต่างระหว่างระบบทั้ง 2 ดังตารางต่อไปนี้

ความแตกต่างระหว่าง  แอนะล็อค VS ดิจิตอล

คุณสมบัติ แอนะล็อค ดิจิตอล

1.

คุณภาพของสัญญาณภาพ สัญญาณภาพถูกรบกวนได้ง่าย ยิ่งห่างไกลจากสถานีส่ง
สัญญาณอ่อนลงมากเท่าไร การรบกวนก็จะมีผลมากขึ้น

ไม่มีสัญญาณรบกวนกัน มีแต่รับได้ชัดเจน กับรับไม่ได้เลย

2
.
ความคุ้มค่าของการใช้ย่านความถี่ ใช้เทคนิคของการขยายพื้นที่บริการโดยใช้เครื่องส่งกำลังส่งสูงๆ
ทำให้เกิดสัญญาณรบกวนระหว่างช่องสัญญาณ
จึงต้องส่งสัญญาณช่องเว้นช่อง เช่น
3-5-7-9-11 ทำให้เสียความถี่สัญญาณช่อง 6-8- 10
ใช้เทคนิคการส่งแบบกำลังส่งต่ำสัญญาณรบกวนจึงต่ำ
ทำให้สามารถส่งสัญญาณได้ต่อเนื่องทุกช่องไม่เสีย

ช่องสัญญาณไปโดยเปล่าประโยชน์
3.
ความจุของระบบเทียบกับความกว้าง
ของความถี่ที่ใช้งาน

หนึ่งช่องสัญญาณทีวี ส่งได้ 1 ช่อง

หนึ่งช่องสัญญาณทีวี ส่งได้ 3ถึง 6 ช่อง ขึ้นอยู่กับความกว้างความถี่ที่ใช้ของแต่ละประเทศ จึงทำให้สามารถเพิ่มช่องทีวีได้มากขึ้น

4.

คุณภาพความคมชัด

ทำความคมชัดมากที่สุดได้เพียงระดับมาตรฐาน

(Standard Definition : SD) เท่านั้น

สามารถให้คุณภาพความคมชัดสูง (High Definition : HD)
และสามารถพัฒนาเป็น 3D – Ultra HD 4K และ
Super Hi-Vision (SHV) 8K

5.

แบบของการให้บริการ

เป็นการให้บริการแบบอยู่กับที่ (Fixed Service)
จะต้องปรับทิศทางของสายอากาศให้หันตรงไปยังทิศทาง
ของสถานีเครื่องส่ง ถ้าหันไม่ตรงทิศทางระดับสัญญาณที่ได้ก็จะลดลง

คุณภาพของภาพจะ ถูกรบกวน ไม่เหมาะกับการรับชม
ในระหว่างการเคลื่อนที่


สามารถเพิ่มชนิดการให้บริการ ได้ทั้งแบบอยู่กับที่
หรือระหว่างการเคลื่อนที่ แบบพกพา (Portable Service)
หรือ ในยานพาหนะ (Mobile Service) โดยอาศัยสถานีส่งมากๆ
คล้าย กับระบบโทรทัศน์เซลลูล่าจึงสามารถรับชมในระหว่าง
การเคลื่อนที่ได้

6.

ค่าใช้จ่ายในการออกอากาศต่อ 1 รายการ

สูงกว่าเพราะเครื่องส่ง 1 เครื่องส่งได้ 1 รายการ และใช้กำลังส่งสูง

ลดลง เพราะเครื่องส่ง 1 เครื่องสามารถส่ง
ได้หลายรายการและใช้กำลังส่งต่ำ


7.

เพิ่มเติมรูปแบบการใช้ประโยชน์

ไม่สามารถเพิ่มเติมการใช้ประโยชน์รูปแบบอื่นได้

โทรทัศน์ดิจิตอลจะเป็นสื่อผสมชนิดหนึ่ง (Multi-media)
โดยเป็นสื่อผสมที่มีความเร็วสูงสุด เมื่อเทียบกับ โทรศัพท์,

คอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต, วิทยุดิจิตัล สื่อผสมในที่นี้ก็จะ
ประกอบด้วยภาพ, เสียงและข้อมูลภาพที่เราจะได้จาก
ดิจิตัลทีวีก็จะขึ้นเป็นระดับความคมชัดสูง (HDTV) ,

ภาพที่รับชมก็สามารถทำแบบ Interactive ได้
ซึ่งมีชื่อ
เรียกหลายๆ อย่าง เช่น pay per View, Any Time TV
Interactive TVฯลฯ ด้านระบบเสียงสามารถ
ทำเสียงรอบทิศทาง (Surround Sound)
ระบบเสียงหลายภาษา (multi-language)
ระบบบรรยายเป็นตัวหนังสือหลายภาษา ( Subtitling )

ด้านข้อมูล สามารถส่งข้อมูลแนะนำรายการ
(Electronic Program guide)
บอกรายละเอียดเรื่องย่อ ของรายการ บอกเวลาเริ่มต้น
และเวลาสิ้นสุดของรายการ
ระบบการเตือน
การรับชมอัตโนมัติ เป็นต้น

 
สรุปประโยชน์ที่จะได้รับจากดิจิตอล

ผู้ชม  มีช่องรายการฟรีทีวี (ชมฟรีไม่เสียเงิน) เพิ่มเป็น 48 ช่อง ด้วยภาพที่คมชัด 
ทั่วถึง  ไม่มีคลื่นรบกวน ไม่ต้องติดตั้งจานรับสัญญาณดาวเทียม เพิ่มโอกาสการดูแบบเคลื่อนที่ได้ มีระบบหลายภาษา และบริการเพิ่มเติมอื่นๆ
 
ผู้ให้บริการ  สามารถให้บริการรายการโทรทัศน์ที่มีความคมชัดสูง ด้วยต้นทุนด้านพลังงานลดลง สามารถพัฒนารูปแบบบริการได้หลากหลาย ฯลฯ
 
 
     
 
   

 

Q : ไม่เปลี่ยนได้หรือไม่ ?

 
  A : การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐและพันธกรณีระหว่างประเทศ อันเกิดจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี ที่ทำให้ประเทศต่างๆ มีการดำเนินการเปลี่ยนระบบ ได้แก่
  ITU (International Telecommunication Union) 
แนะนำให้ยุติทีวี ภาคพื้นดินระบบแอนะล็อกภายในปี 2558

EU (European Union)
แนะนำประเทศสมาชิกยุโรปให้ยุติทีวีภาคพื้นดินระบบแอนะล็อกภายในปี 2555

ASEAN (Association of South East Asian Nations)
เห็นชอบให้ประเทศสมาชิกอาเซียนกำหนดช่วงเวลายุติทีวีภาคพื้นดิน
ระบบแอนะล็อกในช่วงปี 2558 – 2563

นโยบายของคณะรัฐมนตรีที่แถลงต่อรัฐสภา เมื่อ 23 สิงหาคม 2554 
ปรับเปลี่ยนระบบการใช้เทคโนโลยีจากระบบอนาล็อกเป็นระบบดิจิตอล

เทคโนโลยีบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลง
เพราะผู้ผลิตอุปกรณ์ระบบแอนะล็อกลดการผลิตให้น้อยลงและเลิกผลิตในที่สุด

ลดการใช้พลังงาน

สรุปว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน คือ ไม่เปลี่ยนไม่ได้ (แล้ว)

   
 
 
 
     
 
   

 

Q : เมื่อมีการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอล ตามแผน กสทช.
จะกระทบต่อผู้ประกอบ การทีวีปัจจุบันอย่างไร
?

 
  A : มีการเปลี่ยนแปลง การอนุญาตให้ประกอบกิจการให้บริการกระจายเสียงและแพร่ภาพ  โทรทัศน์ภาคพื้นดิน โดยแยกผู้ให้บริการแต่ละขั้นตอนออกจากกัน คือ
  ผู้ให้บริการช่องโทรทัศน์ เรียกว่า Service Provider

ผู้ให้บริการโครงข่าย หรือ Multiplexer  เรียกว่า Network Provider

ผู้ให้บริการสิ่งอำนวยความสะดวก เรียกว่า Facility Provider

ดังนั้น ผู้ประกอบการทีวีภาคพื้นดิน หรือฟรีทีวี
ปัจจุบันอาจจะได้รับใบอนุญาตให้บริการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง
แตกต่างจากปัจจุบันที่ดำเนินการแบบครบวงจร

   
 
 
 
     
 
   

 

Q : เปลี่ยนไปเป็นระบบดิจิตอลแล้ว จะมีช่องทีวีเพิ่มขึ้นหรือไม่  ?

 
  A :  จะมีฟรีทีวีเพิ่มขึ้น จากเดิมที่มี 6 ช่อง เป็น 48 ช่อง แบ่งเป็น
  ประเภทสาธารณะ 12 ช่อง
ตอนนี้มีช่องเดิม 3 ช่อง คือ ช่อง 5 ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส

อีก 9 ช่อง
ยังไม่มีผู้ประกอบการ

ประเภทธุรกิจ 24 ช่อง
ซึ่งได้มีการประมูลช่องและออกใบอนุญาตแล้วเมื่อเดือน มกราคม 2557
โดยใน 24 ช่องนี้ 17 ช่องจะเป็นมาตรฐานปกติ (SD)
และอีก 7 ช่องเป็นมาตรฐานความคมชัดสูง (HD)

ประเภทบริการชุมชน 12 ช่อง
ขณะนี้ยังไม่เปิดบริการ

หมายความว่าจะมีทีวีเพิ่มขึ้นเป็น 27 ช่องทันที

   
 
 
 
     
 
   

 

Q : จะได้ดูทีวีในระบบดิจิตอลได้เมื่อไร
และจะดูได้พร้อมกันทั่วประเทศหรือไม่  ?

 
 

A : เริ่มดูได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2557 แต่จะดูได้ไม่พร้อมกัน
ตามแผนการขยายการออกอากาศดังนี้

  วันที่ 1 เมษายน 2557
จะดูได้ใน 4 พื้นที่ คือ กรุงเทพมหานคร นครราชสีมา เชียงใหม่ สงขลา

วันที่ 1 พฤษภาคม 2557
จะดูได้เพิ่มขึ้นอีก 3 พื้นที่ คือ อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง

วันที่ 1 มิถุายน 2557
จะดูได้เพิ่มขึ้นอีก 4 พื้นที่ คือ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น อุดรธานี
   
 
 
 
     
 
   

 

Q : มีเสาอากาศแบบเดิมจะรับทีวีดิจิตอลได้หรือไม่  ?

 
 

A : ทีวีดิจิตอล สามารถใช้เสาอากาศแบบเดิมที่ใช้กับ 3,5,7,9,11,NBT,TPBS
เหมือนในปัจจุบันได้ แต่ถ้าใครถอดออกไปแล้วก็ไม่ต้องรีบซื้อ
เพราะสามารถใช้เสาอากาศแบบหนวดกุ้งได้เช่นกัน หรือจะใช้แบบก้างปลาก็ได้
โดยไม่ต้องใช้แผงเสาอากาศใหญ่เหมือนระบบเก่า ใช้แค่แผงเล็กๆ
ที่รับช่อง Thai TPBS กับ ช่อง 3 ได้ก็สามารถรับระบบทีวีดิจิตอล
ได้เพราะทีวีดิจิตอลรับสัญญาณระบบ UHF

 
 
 
     
 
   

 

Q : ถ้ามีจานดาวเทียมจะรับทีวีดิจิตอลได้เลยหรือไม่ ?

 
 

A : ต้องดูว่า กล่องที่มีอยู่เป็นระบบ OTA หรือไม่ ถ้าเป็น OTA อยู่แล้วก็ใช้ได้เลย
 แต่ถ้าไม่เป็น OTA ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ซึ่งผู้ที่ติดจานดาวเทียมจากผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม
เช่น True Vision แกรมมี่ เป็นต้น ก็จะไม่มีปัญหาเพราะจะใช้กล่องที่เป็นระบบ OTA
แต่ผู้ที่ไปซื้อจานมาติดตั้งเอง หรือจานรุ่นเก่ามักจะไม่ใช่ระบบ OTA

 
 
 
     
 
   

 

Q : มีทีวีจอตู้รุ่นเก่า
จะต้องซื้อทีวีเครื่องใหม่ที่เป็นทีวีดิจิตอลหรือไม่ ?

 
 

A : ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทีวีเครื่องใหม่อยู่พอดี
แต่ถ้ายังไม่อยากเปลี่ยนก็สามารถใช้ของเดิมไปก่อนได้ โดยเครื่องรับทีวีที่จะรับ
ทีวีดิจิตอลได้นั้น จะต้องมีจูนเนอร์สำหรับรับสัญญาณดิจิตอลในตัวเครื่องด้วย
ซึ่งทีวีจอตู้และทีวีจอแบนรุ่นเก่า ส่วนใหญ่จะไม่มีจูนเนอร์สำหรับรับสัญญาณดิจิตอล
แต่สามารถแก้ปัญหาได้

โดยใช้กล่องรับสัญญาณ "Set Top Box" ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่จะทำหน้าที่
ถอดรหัสสัญญาณดิจิตอลแล้วส่งภาพและเสียงให้อยู่ในรูปแบบที่ทีวีแอนะล็อค
เครื่องเดิมรับสัญญาณดิจิตอลได้ โดยผ่านสาย HDMI, AV, หรือ RG6
ก็สามารถรับชมทีวีในระบบดิจิตอลได้ โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นกันได้แล้ว

ส่วนท่านที่กำลังจะซื้อทีวีเครื่องใหม่ต้องเลือกซื้อ “iDTV: Integrated Digital TV”
ทีวีที่มีสัญลักษณ์ "DVB-T2" ซึ่งมีการติดตั้งจูนเนอร์สำหรับรับสัญญาณดิจิตอล

มาพร้อมกับเครื่องจะรับสัญญานดิจิตอลได้เลยก็จะคุ้มกว่า

และเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนได้รับชมทีวีดิจิตอลภาคพื้นดินได้อย่างทั่วถึง กสทช.

ก็จะแจกคูปองส่วนลดราคา เพื่อนำไปแลกซื้อกล่องรับสัญญาณ "Set Top Box"
หรือซื้อ ทีวีเครื่องใหม่ก็ได้

 
 
 
     
 

 

Q : จำนวนช่องเพิ่มขึ้น มีการเปลี่ยนหมายเลขช่องหรือไม่ ?

 

A : มีการจัดเรียงหมายเลขช่องใหม่ ดังนี้

  ช่อง 1 – 12 เป็นช่องทีวีสาธารณะ (ช่อง 5 – 12 ยังไม่ออกอากาศ)

   หมายเลขช่องเดิม    หมายเลขช่องใหม่
   ช่อง 1 = ช่อง 3    ช่อง 1 = ช่อง 5
   ช่อง 2 = ช่อง 5   ช่อง 2 = ช่อง 11
   ช่อง 3 = ช่อง 7   ช่อง 4 = Thai PBS 2 ยังไม่ออกอากาศ
 

 

  ช่อง 13 – 36 เป็นช่องธุรกิจ

หมวดหมู่
เด็ก เยาวชน และครอบครั

หมวดหมู่
ข่าวสารและสาระ

หมวดหมู่ทั่วไป
แบบความคมชัดปกติ (SD)

หมวดหมู่ทั่วไป
แบบความคมชัดสูง (HD)

ช่อง 13 ช่อง 3 ช่อง 16 ทรู (ทีเอ็นเอ็น) ช่อง 23 เวิร์คพ้อยท์ ช่อง 30 อสมท
ช่อง 14 อสมท ช่อง 17 ทีวีพูล ช่อง 24 ทรู ช่อง 31 แกรมมี่
ช่อง 15 ทีวีพูล ช่อง 18 เดลินิวส์ ช่อง 25 แกรมมี่ ช่อง 32 ไทยรัฐ
  ช่อง 19 สปริงนิวส์ ช่อง 26 เนชั่น ช่อง 33 ช่อง 3
ช่อง 20 3 เอมาร์เก็ตติ้ง ช่อง 27 อาร์เอส ช่อง 34 อมรินทร์
ช่อง 21 วอยซ์ทีวี ช่อง 28 ช่อง 3 ช่อง 35 ช่อง 7
ช่อง 22 เนชั่น ช่อง 29 โมโน ช่อง 36 นพ.ปราเสริฐ
 
  ช่อง 37 – 48 เป็นช่องชุมชน (ยังไม่ดำเนินการออกอากาศในปี 2557)